| หน้าแรก :: แผนที่ท่องเที่ยว :: การเดินทาง :: รวมภาพ :: ติดต่อเรา |
|---|
| ความเป็นมาของกองพล ๙๓ และบันทึกของ นายพลหลี่ เหวิน ฝาน หน.ทจช.๓ บ้านถ้ำง๊อบ ความเป็นมาของกองพล ๙๓ ในเดือนมกราคม ๒๕๐๔ เป็นปีที่กองทัพทหารจีนและคณะชาติพลัดถิ่น (ก๊กมินตั๋ง) ในสหภาพพม่า ถูกกวาดล้างอย่างหนัก แตกพ่ายถอยเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย ด้วยมติขององค์การสหประชาชาติ ได้มอบหมายให้สี่ชาติที่เกี่ยวข้องคือ สหรัฐอเมริกา สมธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พม่า และไทย อพยพขนย้ายกองทหารจีนกลับไต้หวัน ส่วนใหญ่อพยพมาทางด้าน อำเภอเชียงของ และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ส่วนด้านอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบางส่วน สหรัฐฯ มีบทบาทอย่างมากในการจัดเครื่องบินสนับสนุนขนย้ายกองทหารจีน และคณะชาติครั้งนี้ จำนวน ๔,๕๐๐ คน ใช้สนามบิน ลำปาง , เชียงราย และเชียงใหม่ การถอนทหารจีนและคณะชาติกลับไต้หวัน ออกจากประเทศไทย นับเป็น การถอนทหารจีนครั้งที่สอง กำลังทหารจีนและคณะชาติที่อพยพขนย้ายกลับ ส่วนใหญ่เป็นทหารจีนที่แตกทัพเข้าไปในเมืองหลวงน้ำทางประเทศลาว ในขณะที่กองทัพทหารจีน ก๊กมิวตั๋ง ตั้งกองบัญชาการร่วมมือที่เมืองเชียงลับ แคว้นเชียงตุง สงครามครั้งนั้นมีชื่อว่าสงคราวป่าเลียว กองทหารพม่าร่วมกับกองทัพจีนแดงเข้าโจมตี ทำความเสียหายอย่างหนัก กองทัพทหารจีนก๊กมินตั๋ง ของจอมพล เจียง ไค เซ็ค ที่ใช้ดินแดนของพม่าเป็นฐานปฏิบัติการ บุกคืนสู่แผ่นดินใหญ่นานนับ ๑๒ ปี เป็นอันสิ้นสุดลง การดำเนินการอพยพกลับได้ลำเลียงทหารมาที่บ้านห้วยทรายและข้ามแม่น้ำโขง มาขึ้นฝั่งที่ อำเภอเชียงของ เดินทางโดนรถยนต์ผ่านดินแดงไทยสู้สนามบินลำปาง บางส่วนที่เข้ามาทางด้านแม่สาย ก็มาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเชียงราย ส่วนที่เข้ามาทางด้าน อำเภอฝาง ใช้สนามบินเชียงใหม่ กองกำลังทหารจีนและครอบครัวที่ขนย้ายกลับเป็นกองกำลังทหารจีน กองทัพที่ ๑.ที่ ๒ และ ที่ ๔ ส่วนกองทัพที่ ๓ ของนายพล หลี่ เหวิน ฝาน และกองทัพที่ ๕ ของนายพล ต้วน ซี เหวิน ไม่ประสงค์กลับไต้หวัน จึงอพยพลี้ภัยเข้ามาอาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยจนทุกวันนี้ การถอนทหารจีนและคณะชาติครั้งสำคัญครั้งแรก ได้ดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๖ โดยมี พ.ท.ชาติชาย ชุณหะวัน (ยศขณะนั้น) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไย ในคณะกรรมการปลดอาวุธ และอพยพจีนคณะชาติ (Joint Committee Evacuation Team) มีชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า เจ.ซี.อี.แวค. ประกอบด้วยผู้แทนสี่ชาติดังกล่าวแล้ว การถอนทหารครั้งนั้น เป็นครั้งสำคัญเป็นที่สนใจของชาวโลกมีจำนวนทหารจีนและคณะชาติและครอบครัวขนย้ายกลับไต้หวัน จำนวนประมาณ ๗,๕๐๐ คน กองกำลังทหารจีนกู้ชาติ มีนายพล หลี่ มี่ เป็นผุ้บัญชาการตั้งฐานปฏิบัติการใหญ่ อยู่ที่เมืองสาด ตามลำน้ำกกขึ้นไป ๕๐ กม. ด้านชายแดนไทยบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ กองพล ๙๓ ที่ถอยร่นลี้ภัยคอมมิวนิตส์จากมณฑลยูนาน ผ่านเข้ามาทางเชียงรอ (ท่าล้อ),เมืองม้า เมืองฬา เข้ามาตั้งอยู่ที่ ท่าขี้เหล็กของพม่า มีจำนวนประมาณ ๑,๓๐๐ คน ต่อมาถูกทหารพม่าขับไล่จึงเคลื่อนย้ายไปทางทิศตะวันตก และไปตั้งมั่นเสริมสร้างกำลัง ที่กองบัญชาการเมืองสาด นายพล หลี่ มี่ อดีตแม่ทัพที่ ๘ มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของชาวจีน ได้รวบรวมกองทหารจีนพลัดถิ่น และรวบรวมอาสาสมัครชาวจีน,ชนพื้นเมืองขยายอัตรากำลังพล จัดตั้งเป็นกองทัพถึง ๔ กองทัพ มีกำลังพลประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน อาสาสมัครพลเรือนของนายพล หลี่ เหวิน ฝาน ที่อพยพลี้ภัยคอมมิวนิตส์จากแผ่นดินใหญ่ก็เข้ามาสมทบกับนายพล หลี่ มี่ ณ ที่กองบัญชาการเมืองสาดแห่งนี้ สหภาพพม่าไม่สามารถทนดูการขยายตัวของกองทัพทหารจีนต่อไปนอกจากรุกล้ำอธิปไตยพม่า และยังใช้แผ่นดินพม่าเป็นฐานปฏิบัติการบุกคืนสู่แผ่นดินใหญ่ อาจทำให้จีนแผ่นดินใหญ่สำคัญผิด คิดว่าพม่ามีส่วนร่วมรู้เห็น จึงได้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามทหารจีนกู้ชาติหลายครั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะทหารจีนใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ พม่าได้ร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ กล่าวหาไต้หวัน ใช้ดินแดนของตนเป็นฐานปฏิบัติการเกณฑ์ราษฏรไทยใหญ่ ซ่องสุมกำลังพลบุกคืนสู่แผ่นดินใหญ่ จีนและพม่ามีหลักฐานสำคัญแสดงว่า สหรัฐฯ ได้มีส่วนสำคัญสนับสนุนกองกำลังทหารจีนและคณะส่วนนี้ สหประชาชาติจึงได้ลงมติให้ถอนกำลังซึ่งรุกล้ำอธิปไตยของพม่ากลับไต้หวัน การอพยพทหารจีนครั้งใหญ่ ปี พ.ศ.๒๔๙๖ ได้ดำเนินการขึ้นที่ด่านแม่สาย ใช้สนามบินเชียงราย ลำเลียงขนย้ายพร้อม ๆ กับด้าน อำเภอฝากใช้สนามบินเชียงใหม่ ผู้แทนพม่าแจ้งว่า กำลังพลที่อพยพ กลับไต้หวันส่วนใหญ่เป็นทหารที่ปลดประจำการ ไม่มีอาวุธติดตัวกลับไป เป็นชาวเขา ผู้หญิง เด็ก และคนชรา ในขณะที่ทางไต้หวันแจ้งว่าเป็นทหารประจำการที่ลี้ภัยมาจากยูนานขณะการถอนทหารจีนบางส่วน กลับไต้หวันแล้ว กองทัพพม่าได้ใช้กำลังทางบกทางอากาศโจมตีกองบัญชาการที่เมืองสาดอีก ทำการรบติดพันกันถึงสองวันสองคืน กองบัญชาการที่เมืองสาดก็ถูกพม่ายึดได้สำเร็จ กองทหารจีนกู้ชาติได้แตกเป็นส่วนย่อย ๆ กระจายอยู่ทั่วไป ต้งแต่ด้านชายแดนไทย และในรัฐฉานสหภาพพม่า ส่วนที่ยังคงเป็นกองกำลังเหลืออยู่คือกองทัพที่ ๓ ของนายพล หลี่ และกองทัพที่ ๕ ของนายพล ด้วน ส่วนกองทัพที่ ๗ และที่ ๙ ขนย้ายกลับไต้หวัน ส่วนที่หลงเหลือแยกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ขาดผู้นำ ต่อมาอีกไม่นานหลังการถอนทหารจีน กองกำลังมหารจีนก็รวมตัวกันใหม่ย้ายกองบัญชาการไปตั้งที่เมืองเชียงลับ ติดฝั่งน้ำโขง ต่อเขตราชอาณาจักรลาวและสามารถยืดหยัดอยู่ในพม่าต่อไปอีก ๘ ปี จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๔ |
|---|